แผนพลังงานชุมชน “การจัดการอย่างมีส่วนร่วม…เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน – สิ่งแวดล้อม”
โครงการ จัดทำแผนพลังงานชุมชนเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2549 เพื่อมุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และแผนงบประมาณในท้องถิ่นของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ด้วยการส่งเสริมทัศนคติในการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน การสรรหาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน และการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกระบวนการวางแผนพลังงานระดับชุมชน โดยเริ่มต้นดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง 24 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ปี พ.ศ.2550 ได้ขยายผลเพิ่มขึ้นอีก 80 ชุมชน และปี พ.ศ.2551 อีกจำนวน 162 ชุมชน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางหลักในการส่งเสริมวิธีคิดและ ปฏิบัติ ภายใต้ชื่อโครงการ “การจัดทำแผนพลังงานชุมชน” ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน และสังคมโดยรวม คณะรัฐมนตรีได้มติให้โครงการดังกล่าวนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่มีความริเริ่ม และประสบผลสัมฤทธิ์เร็ว (Quick Win Initiative) ดีเด่น
สถานการณ์ด้านพลังงาน
ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกกำลังประสบ ปัญหาวิกฤติราคาพลังงาน ด้วยแหล่งพลังงานหลัก ได้แก่ น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ราคาสูงขึ้นมาก การวางแผนพลังงานให้เกิดความยั่งยืน เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องจำเป็นและต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศไทยจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนักต่อสถานการณ์ด้าน พลังงาน และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแสวงหาพลังงานทางเลือกอื่นๆ ทดแทน แต่พบว่าประชาชนในหลายๆ พื้นที่ ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะประชาชนส่วนใหญ่คิดว่า “พลังงาน” เป็นเรื่องไกลตัว และอยู่นอกเหนือการจัดการ หรือบางคนเกิดความตระหนัก แต่ขาดความรู้ และขาดการรวมกลุ่มในการจัดการพลังงาน ทำให้ไม่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริง แม้ภาครัฐจะพยายามช่วยแก้ไขปัญหาก็ตาม แต่ประชาชนในหลายพื้นที่ยังไม่เข้าใจและไม่คิดว่า “ปัญหาพลังงาน” คือ “ปัญหาสำคัญของท้องถิ่น”
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กระทรวงพลังงานจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ โดยร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการมุ่งส่งเสริมทัศนคติเรื่องการใช้พลังงาน อย่างยั่งยืน การสรรหาเทคโนโลยีพลังงานอย่างง่ายที่เหมาะสมกับท้องถิ่น โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ผ่านกระบวนการวางแผนพลังงานระดับชุมชน โดยเริ่มต้นนำร่อง 24 อปท. (12 เทศบาล 12 อบต.) ในปี พ.ศ.2549 ต่อมาได้ขยายผลเพิ่มอีก 80 อปท. ในปี พ.ศ.2550 และ 126 อปท. ในปี พ.ศ.2551 โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการเข้ากับวิถีการใช้พลังงาน ของชุมชน เพื่อส่งเสริมการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ขณะเดียวกันสามารถพัฒนาพลังงานทดแทนจากเศษวัสดุเหลือใช้ และทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ ภายใต้สโลแกน “ชีวิตพอเพียง เพื่อพลังงานเพียงพอ” ที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามปณิธาน “รักพ่อใช้พลังงานอย่างพอเพียง” ด้วย
- ความพอประมาณ (Demand Side Management) หมายถึง เน้นการใช้พลังงานอย่างไม่ฟุ้งเฟ้อ สามารถมองผลของการประหยัดเชื่อมโยงสู่สิ่งต่างๆ รอบตัว (ประหยัดเงินผู้ใช้ ประหยัดไฟให้ชาติ รักษาบรรยากาศให้โลก) เช่น โครงการหรือเทคโนโลยีที่คิดทำต้องจิ๋วแต่แจ๋ว ไม่ทำอะไรที่เกินตัว และช่วยลดรายจ่ายด้านพลังงานได้
- ความมีเหตุผล หมายถึง การเลือกใช้พลังงานอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ด้วย เทคโนโลยีที่เหมาะสม พึ่งพาตนเองได้ และลดการใช้พลังงานที่ต้องนำเข้า
- มีภูมิคุ้มกัน หมายถึง การพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืนโดยการสร้างความรู้ขึ้นในท้องถิ่นในรูปแบบ ของกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน การต่อยอดฐานอาชีพ และการสร้างวิทยากรตัวคูณด้านพลังงาน ซึงอยู่บนฐานทรัพยากรที่มีอยู่ และส่งเสริมนวัตกรรมพลังงานทดแทนจากภูมิปัญญาไทย
ที่มาของการจัดทำแผนพลังงานชุมชน
รูป แบบการวางแผนพลังงานชุมชนเกิดขึ้นจากการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนกลุ่มเล็กๆ ภายใต้ชื่อว่า “สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม” และ “กระทรวงพลังงาน” พัฒนาและผลักดันกระบวนการทำงานในพื้นที่ร่วมกับองค์กรและผู้เชี่ยวชาญจาก ประเทศเดนมาร์ก เพื่อยกระดับความสามารถในการจัดการพลังงานของท้องถิ่น และปรับกระบวนทัศน็ของประชาชนในการใช้พลังงานอย่างพอเพียงจากการลงมือ ปฏิบัติงานจริง พร้อมๆ กับการสร้างเครือข่ายพลังงานยั่งยืนไปสู่องค์กร และภาคประชาสังคมอื่นๆ จนปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้ขยายผลแนวคิดนี้ให้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ ยิ่งในระดับชาติ ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชนกลุ่มนี้ยังได้สร้าง “อาศรมพลังงาน” สำหรับใช้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานทางด้านเทคโนโลยีพลังงานสำหรับชุมชนด้วย
เครื่องมือและกลไกสำคัญสำหรับการวางแผนพลังงาน
การวางแผนพลังงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้นั้น มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องหลายอย่าง ดังนี้
- องค์ประกอบที่ 1 สถานภาพพลังงาน (Energy Status) ศึกษารวบรวม/วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับพลังงานของท้องถิ่น ทั้งเรื่องการบริโภคพลังงานของส่วนต่างๆ เช่น บ้านเรือน สถานประกอบการ สถานที่ราชการ เป็นต้น ราคาค่าพลังงาน แหล่งผลิตพลังงานในท้องถิ่น และศักยภาพของแหล่งพลังงานทดแทน
- องค์ประกอบที่ 2 สมดุลพลังงาน (Energy Balance) การวางแผนพลังงานหรือการใช้เทคโนโลยีพลังงานใดๆ จะต้องแสดงผลที่เป็นตัวชี้วัดเชิงเศรษฐศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมด้วย ซึ่งในการวางแผนพลังงานนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เรียกว่า “สมดุลพลังงาน” จะช่วยคำนวณได้ว่า เงินที่เป็นค่าใช้จ่ายพลังงานไหลออกนอกชุมชนเท่าใด และหากไม่วางแผนจะสูญเสียพลังงานอย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยหาทางออกให้กับชุมชนในการแก้ไขปัญหาของตนเองได้เป็น อย่างดี อย่างไรก็ตามตัวชี้วัดที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ตัวชี้วัดทางด้านสิ่งแวดล้อม ที่สามารถคำนวณได้ว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศในแต่ละ กิจกรรมของการใช้พลังงานเป็นเท่าใด และจะสามารถควบคุมให้อยู่ในขอบเขตได้อย่างไร
- องค์ประกอบที่ 3 เทคโนโลยีพลังงานยั่งยืน ต้องเป็นเทคโนโลยีอย่างง่ายที่ผลิตพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือใช้เชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่หมุนเวียนผลิตและใช้ได้ตลอดเวลา พอดีกับความต้องการใช้งาน และมีการเรียนรู้เพื่อการจัดการแบบพึ่งพาตนเอง มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดทรัพยากร ประหยัดแรงงาน และค่าใช้จ่าย ที่สำคัญคือต้องเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน และชุมชนสามารถจัดการเองได้ เช่น เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง เตาเผาถ่าน 200 ลิตร บ่อหมักก๊าซชีวภาพ และระบบผลิตไบโอดีเซลแบบชุมชน เป็นต้น
- องค์ประกอบที่ 4 ความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ ประชาชน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการวางแผนพลังงานระดับท้องถิ่น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมวางแผนและดำเนินงานตามแผน โดยผู้เข้าร่วมวางแผนในระดับชุมชนประกอบด้วยสมาชิกในพื้นที่ ผู้นำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้ประกอบการ ปราชญ์ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการในท้องถิ่น รวมทั้ง ผู้มีอำนาจสนับสนุนการดำเนินงานของท้องถิ่น
ยุทธศาตร์การจัดทำแผนพลังงานชุมชน
การ วางแผนพลังงานชุมชน มีวัตถุประสงค์หลักคือ สร้างแผนพลังงานระดับตำบล เพื่อสร้างขีดความสามารถให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพในการทำแผน พลังงาน และสามารถจัดการพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การวางแผนพลังงานชุมชน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 10 ขั้นตอน คือ
- ขั้นตอนที่ 1 สร้างความเข้าใจร่วมกันกับชุมชน : การวางแผนพลังงานจะสำเร็จได้ชุมชนต้องเข้าใจที่มาของโครงการ และยอมรับการเข้าร่ามโครงการในรูปของตัวแทนอาสาสมัครคณะทำงานพลังงานชุมชน ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจเรื่องพลังงานเบื้องต้นเพิ่มมากขึ้น และเกิดความตระหนักที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน
- ขั้นตอนที่ 2 สร้างทีมงานคณะทำงานพลังงานชุมชน : คณะทำงานพลังงานของชุมชนต้องเข้าใจและพร้อมผลักดันกระบวนการทำงาน ตลอดจนเป้าหมายของโครงการให้สัมฤทธิ์ผล
- ขั้นตอนที่ 3 เก็บข้อมูลพลังงานในพื้นที่ : ให้ตัวแทนและเยาวชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการสำรวจข้อมูลพลังงานชุมชนของตนเอง
- ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผลข้อมูลจัดทำสถานภาพพลังงาน : เพื่อให้ได้ข้อมูลพลังงานของชุมชน ทำให้ทราบรอยรั่วของการใช้พลังงาน สำหรับนำมาใช้วางแผนพลังงานต่อไป
- ขั้นตอนที่ 5 สะท้อนข้อมูลพลังงานคืนสู่ชุมชน : เพื่อให้ชุมชนได้รับรู้และตรวจสอบข้อมูลพลังงานของชุมชน ทั้งปริมาณการใช้และการสูญเสียเงินสำหรับการบริโภคพลังงานประเภทต่างๆ เพื่อให้คนในชุมชนหันกลับมามองดูวิถีการใช้พลังงานของตนเอง เพราะหากไม่มีการเก็บข้อมูลไว้ก็ไม่สามารถทราบข้อมูลเหล่านี้ได้
- ขั้นตอนที่ 6 ศึกษาดูงานเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืน : จุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้เทคโนโลยีพลังงานยั่งยืน
- ขั้นตอนที่ 7 ประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างแผนพลังงานระดับชุมชน : เพื่อให้มีการวางแผน หาทางออกร่วมกัน ริเริ่มการจัดการ เกิดแผนพลังงานของชุมชน
- ขั้นตอนที่ 8 ประชาพิจารณ์ร่างแผนพลังงานกับประชาชนเพื่อจัดทำแผนพลังงานฉบับสมบูรณ์ : เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทำแผนพลังงานร่วมกันของชุมชน
- ขั้นตอนที่ 9 ปฏิบัติตามแผนพลังงานที่วางไว้ (โครงการนำร่อง) : นำแผนพลังงานชุมชนมาปฏิบัติจริงตามกิจกรรมต่างๆ ที่วางไว้ จนสามารถเกิดวิทยากรตัวคูณด้านพลังงาน
- ขั้นตอนที่ 10 สรุปบทเรียนการทำงานร่วมกัน : ประเมินปัญหาอุปสรรค และผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมวางแผนการทำงานในปีต่อๆ ไป
ยุทธศาสตร์ผนึกกำลัง สร้างเครือข่ายการทำงาน
- ระดับกระทรวง กระทรวงพลังงานกับกระทรวงมหาดไทย
- ระดับองค์กร สำนักงานพลังงานภูมิภาค สำนักงานพลังงานจังหวัด องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น
- ระดับภายในองค์กร การผสานแหล่งงบประมาณของหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงพลังงาน
- การประเมินผลโครงการโดยทีมประเมินผลภายนอก
ที่มา : เอกสารเผยแพร่ “โครงการการจัดทำแผนพลังงานชุมชน” กระทรวงพลังงาน